หมวดสินค้า

X2 Technology คือ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ OSKA ซึ่ง รวมคุณสมบัติเด่น 2 ประการ ทั้งด้านพลังงานสูงสุด และ ความปลอดภัยสูงสุดเข้าไว้ด้วยกัน คุณจึงมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่ OSKA ทุกก้อน ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และให้ชั่วโมง การใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งระบบความปลอดภัยที่เป็น มาตรฐานในแบตเตอรี่ OSKA ทุกก้อน อันประกอบไปด้วย วงจรนิรภัย และระบบระบายแรงดันเกิน DPV ในแบตเตอรี่ เซลล์ คุณจึงสบายใจได้ว่า แบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค แบตเตอรี่กล้อง แบตเตอรี่มือถือ และการ เปลี่ยนไส้แบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค OSKA ทุกก้อน ปลอดภัยแน่นอน.

Hi Capacity
เซลล์แบตเตอรี่ญี่ปุ่นคุณภาพสูง ให้พลังงานเต็มความจุ
Dual Pressure Vent (DPV)
ระบบควบคุมแรงดันอัจฉริยะ ภายในเซลล์แบตเตอรี่
Anti-Explosion Electrolyte วงจรอัจฉริยะป้องกันการระเบิด
Safety Protection IC ควบคุมการทำงานด้วย IC ชนิดพิเศษป้องกันการลัดวงจร
follow us on facebook
follow us on twitter
Article

วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้อง ให้ใช้ได้นานถึง ห้าปี ตอนที่ 2 / 3

สัปดาห์ที่แล้วผมพูดถึงการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้องแบบลิเธี่ยมไออ้อนยังไม่จบ เรามาต่อกันเลยครับ ในเมื่อสภาพไฟในการเก็บมีผล แบตเต็มก็ทำให้เสื่อมเร็ว แบตหมดก็ทำให้มันเสียไปเลย แนะนำว่า ให้เดินทางสายกลางสิครับ และตามทฤษฎีก็ระบุไว้ว่า สภาพไฟที่เหมาะสมในการเก็บคือให้มีไฟราวๆ 40% ถ้าทำตามทฤษฎีเป๊ะๆเลย คุณต้องมีมิเตอร์วัดไฟ จิ้มที่ขั้วบวก(+)ลบ(-) ของแบตเตอรี่ หากเป็นแบตที่ระบุคุณสมบัติบนฉลากว่า 3.6 หรือ 3.7V ให้วัดไฟที่ขั้วได้ประมาณ 3.75-3.80V ถือว่ามีไฟ 40% เก็บได้เลย แต่หากฉลากระบุว่าเป็นแบตเตอรี่ 7.2 หรือ 7.4V ก็ให้วัดไฟออกมาได้ประมาณ 7.5-7.6V เท่ากับ 40% ก็เป็นอันใช้ได้เช่นเดียวกัน หากฟังดูยุ่งยากสำหรับคนทั่วไป อะไรกันนักหนาแค่จะเก็บแบตต้องมาทำให้ไฟเหลือเท่านี้ต้องมีมิเตอร์วัดไฟอีก ผมขอแนะนำว่า เอาง่ายๆสะดวกเราก็พอครับ ให้กะเอา เราใช้กล้องอยู่เราจะรู้ดีว่าตอนนี้ไฟในแบตเหลือประมาณเท่าไหร่ ที่จอกล้องมันจะมีมาตรวัดระดับไฟในแบตแสดงเป็นแบบปล้องๆอยู่แล้ว กะเอาว่าให้ไฟมีประมาณครึ่งหนึ่งก็ถือว่าใกล้เคียง 40% แล้ว ก็เก็บได้เลย จากการค้นคว้าทดลองพบว่า หากคุณเก็บแบตเตอรี่ในสภาพไฟ 40% ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แบตจะเสื่อมไปเพียง 4% แต่หากเก็บในสภาพไฟเต็ม 100% เป็นเวลาหนึ่งปี ที่ 25 องศาเท่ากัน แบตจะเสื่อมไปถึง 20% ต่างกันถึงห้าเท่าตัว! เชื่อหรือยังครับ ว่าสภาพไฟในการเก็บมีผลอย่างมากต่ออายุแบตเตอรี่ ยังมีอีกข้อที่มีผลกับอายุแบต นั่นคือ ข้อสอง: อุณหภูมิในการเก็บ ตามทฤษฎีอีกเช่นกัน แบตลิเธี่ยมไออ้อนไม่ชอบความร้อน ในสภาพแวดล้อมที่ยิ่งร้อน แบตเตอรี่จะยิ่งเสื่อมไวขึ้น ลองมาดูตัวเลขกันนะครับ อุณหภูมิที่เก็บ ระดับการประจุ 40% ระดับการประจุ 100% 0 °C เสื่อม 2% ต่อปี เสื่อม 6% ต่อปี 25 °C เสื่อม 4% ต่อปี เสื่อม 20% ต่อปี 40 °C เสื่อม 15% ต่อปี เสื่อม 35% ต่อปี 60 °C เสื่อม 25% ต่อปี เสื่อม 40% ในสามเดือน *อ้างอิง www.batteryuniversity.com ตารางนี้ทำให้เราเห็นภาพอย่างชัดเจนว่า แม้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งสำหรับบ้านเราไม่ได้ถือว่าร้อนเลย แต่แบตเตอรี่ก็เสื่อมเร็วขึ้นแล้ว แต่หากเก็บที่ประมาณ 40 องศา อัตราการเสื่อมจะเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว และที่แย่ที่สุดคือที่ 60 องศาซึ่งถือว่าร้อนมาก แบตเตอรี่จะเสื่อมถึง 40% ภายในเวลาแค่สามเดือนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ในที่ร้อนมากเช่น ในรถที่จอดตากแดดเป็นอันขาด จากในตาราง จะเห็นว่าที่อุณหภูมิ 0 องศา แบตเตอรี่จะเสื่อมช้าที่สุด หากบวกกับการเก็บในสภาพไฟที่เหมาะสมที่ 40% แล้วละก็ แบตเตอรี่จะเสื่อมเพียงปีละ 2% เท่านั้น ถ้าเก็บอย่างนี้ได้จริง ห้าปีแบตก็เสื่อมไปเพียง 10% ยังใช้ได้อีกตั้ง 90% ถือว่าแบตยังใช้งานได้เกือบจะเหมือนก้อนใหม่เลย เอ้า ให้สิบปีเลยก็ได้ แบตเสื่อมไป 20% ก็ยังถือว่ายังอยู่อีก 80% คุณเคยคิดว่า แบตที่คุณใช้อยู่ จะใช้ได้ถึงสิบปีไหมครับ? สิบปี กล้องคุณจะอยู่นานถึงขนาดนั้นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย หมดหน้ากระดาษอีกแล้วครับท่าน ติดตามตอนสุดท้ายที่ผมจะสรุปวิธีการเก็บแบบง่ายๆและถูกหลักในสัปดาห์หน้านะครับ หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ทุกชนิด เชิญสอบถามเข้ามายัง DR. BATTERY ได้ ที่ webboard ของ www.oskabatt.com
All Article